กับเส้นทางชีวิตและความรักที่ผ่านมา ฉันเอาแต่เรียกร้อง ไขว่คว้าหาความรัก จนวันนี้ฉันก็ยังไม่แน่ใจว่าฉันได้เจอสิ่งที่ฉํนตามหาหรือเปล่า   ฉันติดสินใจแต่งงานกระทันหันด้วยเหตุผลบางอย่างกับผู้ชายคนนึงที่รักฉัน เค้าเป็นผู้ชายที่ดีและรักฉันมากเค้ายอมแต่งงานเพื่อช่วยเหลือฉันจากเหตุการณ์กดดันที่ฉันกำลังเผชิญ ณ ตอนนั้น เค้าเป็นผู้ชายคนแรกของฉัน  เค้าจุนเจือครอบครัวฉันโดยไม่เคยปริปากบ่นหรือพูดว่าร้ายครอบครัวฉันเลยสักครั้ง จนบางครั้งฉันยังรู้สึกว่าครอบครัวฉันเอาเปรียบและเป็นหนี้บูญคุณเค้ามาก หลังจากแต่งงานฉันได้ย้ายไปทำงานที่โรงงานเล็ก ๆ แห่งหนึ่งกับเค้า เค้าดูแลฉัน รัก และตามใจฉันทุกอย่าง ทั้ง ๆฉันเป็นคนเอาแต่ใจและดื้อรั้นมากแต่ไม่เคยทำอะไรเสียหาย  เราช่วยกันทำมาหากินตามอัตภาพ 

             ในขณะเดียวกันฉันก็ส่งเงินให้ครอบครัวฉันทุกเดือน แต่เค้าไม่เคยส่งให้ครอบครัวเค้าเลย ฐานะทางบ้านเค้าดีกว่าฉันมาก ด้วยเหตุนึงที่ญาติผู้ใหญ่ทางเค้าก็ดูจะไม่ชอบฉันอยู่บ้าง  เพราะก่อนที่เค้าจะแต่งงานกับฉัน เค้าให้ที่บ้านเค้าหมด ใครอยากได้อะไรก็บอกเค้า ยิ่งพี่ชายพี่สะใภ้เค้ายิ่งขัดใจเพราะหลังจากแต่งงานกับฉันเงินทุกบ้านทุกสตางค์เค้าให้ฉันหมด และพอทางญาติเค้ารู้เข้าก็ยิ่งดูไม่ค่อยพอใจแต่ก็ทำอะไรไม่ได้  และแล้วการทะเลาะกันครั้งแรกหลังจากแต่งงานก็เกิดขึ้น 

             1 ปีต่อมา เพราะความเอาแต่ใจของฉันเอง ฉันตัดสินใจย้ายมาทำงานอีกที่กับอาของฉันซึ่งเค้าก็ยังตามใจ  และเค้าก็ย้ายตามมาหลังจากฉันย้ายมาไม่นาน ทั้งๆ ที่ตอนนั้นหน้าที่การงานเค้าดี เงินเดือนก็เยอะแล้วเพราะเค้าทำมานานแต่เค้าก็ยังทิ้งทุกอย่างได้เพราะเค้ารักและตามใจฉัน  เคล้าของปัญหาก็ดูแทบจะไม่มี ตั้งแต่มาทำงานกับอา จนฉันเจอผู้ชายคนนึงในสายงาน เค้าเป็นผู้ชายในสเป็ค ฉันชอบเค้ามากเราคุยโทรศัพย์ทุกวันวันละนานแรก ๆฉันก็ให้เหตุผลกับแฟนว่าเค้าเป็นเจ้านาย ไม่มีอะไร หนักเข้าฉันคุยกันไม่สนใจแฟนฉัน เค้าก็ไม่เคยปริปากหรือส่งเสียงเมื่อฉันคุยโทรศัพย์กับผู้ชายเพราะเค้ากลัวฉันโกรธ แทนที่ฉันจะสำนึกผิดฉันกลับได้ใจเริ่มคุยหวานแหววต่อหน้าเหมือนเค้าไม่มีตัวตน  และความเลวร้ายที่สุดที่ฉันทำร้ายจิตใจเค้า ผู้ชายคนนั้นมารับฉันไปงานเลิ้ยง เค้ายืนมองฉันด้วยสายตาที่เจ็บปวดแต่ ณ ตอนนั้นฉันไม่ได้รู้สึกผิดหรือสงสารเค้าแม้แต่น้อย  ฉันก็ยังเข้าข้างตัวเอง เพราะผู้ชายคนนั้นก็ไม่เคยลวนลามหรือล่วงเกินฉัน

 นั่นมันทำให้ฉันคิดว่าฉันไม่ได้ทำผิดอะไร  ฉํนชอบผู้ชายคนนั้นมากจนวันนึงฉันขอแยกทางกับแฟนฉันโดยการลองแยกกันอยู่สักพัก ก่อน แต่เหตุผลที่แท้จริงของฉันคือ ฉันกลัวผู้ชายคนนั้นรู้ว่าฉันมีแฟนแล้ว  แฟนก็ยังตามใจฉํนเพราะเค้ากลัวฉันโกรธ ทั้งๆ ที่ฉันเห็นความเจ็บปวดในแววตาเค้า แต่ฉันกลับไม่เคยรู้สึกผิดแม้แต่น้อย หลังจากแยกกันอยู่ฉันก็ยังให้แฟนฉันมาหาฉันบ้าง และฉันกับผู้ชายคนนั้นก็ยังไม่ได้พัฒนาถึงความสัมพันธ์ลีกซึ้งใด ๆ เป็นเพียงการคบหาที่หวานแหววในคารมณ์ บวกกับความหลง และมันก็เริ่มมากขึ้น

             จากการที่พูดคุยหมาหยอกไก่เรื่องเซ็ก บ่อยเข้ามันก็ เริ่มไปไหนมาไหนด้วยกัน เริ่มถูกเนื้อต้องตัว สุดท้ายความผิดชอบชั่วดีก็หายไปจากสามัญสำนึก  หลังจากที่ฉํนมีความสัมพันธ์กับผู้ชายคนนั้นครั้งแรกแล้ว ฉันก็ตัดสินใจบอกเลิกแฟนเพราะฉันกลัวผู้ชายคนนั้นรู็ว่าฉันเคยมีแฟนแล้ว  ผู้ชายคนนั้น เชื่อสนิทว่าเค้าเป็นคนแรกของฉัน เพระาฉันมีเลือดออก  ความจริงคือฉันกับแฟนไม่ค่อยมีอะไรกัน เพราะครั้งแรกเค้าทำฉันเจ็บมากในคืนแต่งงาน  มันทำให้ฉันไม่อยากมีอะไรกับเค้า  เค้าก็ตามใจ ไม่เคยหักหาญน้ำใจเลยสักครั้งเมื่อฉันไม่เต็มใจ   และแล้ววันที่ฉันรอคอยก็มาถึง เมื่อฉันตัดสินใจบอกพ่อกับแม่ว่าฉันต้องการเลิกกับแฟน  พ่อแม่ฉันดูพอใจไม่น้อยเพราะไม่ค่อยเห็นด้วยเท่าไหร่กับการแต่งงานเพียงแต่ตามใจลูก  พอเรื่องฉันต้องการเลิกเข้าหูพ่อแม่แฟน

และญาติเค้า ทุกคนโกรธและเกลียดฉันมาก เพระาทุกคนรู้ว่าแฟนฉันรักฉันมาก แต่ฉันก็ยังไม่รู้สึกผิดสักนิด จนถึงวันที่ผู้ใหญ่ทั้งสองฝ่ายมาคุยกันว่าเราจะเลิกขาดจากกัน  แฟนฉันขอเงินที่พ่อแม่ฉัน  ยืมเค้ามาคืน เค้าก็พูดดี ๆ ถ้าหนูเลิกกับพี่ พี่ขอเงินที่ พ่อยืมไปคืนได้ไหม  รู้ไหมฉันตอบว่ายังไง  ฉันบอกเค้าว่าฉันไม่คืน ซึ่งเค้าก็ไม่มีคำพูดใด ใด ออกมาสักคำ เรื่องจริงคือพ่อแม่ฉันไม่มีเงินที่จะคืนเค้า และย้ำฉันว่าให้เสียงแข็งไปว่าไม่คืนและฉํนก็ทำสำเร็จเหมือน ชนะคดียังไงยังงั้น และมันทำให้ฉํนดูภูมิใจที่ฉันทำสำเร็จ  ฉันสั่งห้ามแฟนฉันมายุ่งเกี่ยวกับฉันอย่างเด็ดขาดหลังจากเลิกกันแล้ว จนพ่อแฟนบอกว่าถ้าเค้ามาหาฉันให้ฉันแจ้งตำรวจได้เลย มันยิ่งย้ำความมั่นใจให้กับฉันว่าเค้าจะไม่มายุ่งแน่นอน 

              ทุกอย่างผ่านไปด้วยดีตามความต้องการของฉัน  ดูเหมือนฉันจะได้อยู่กับผู้ชายคนนั้นได้ง่ายดาย  แต่เปล่าเลย ความหน้ามืดตามัวของฉัน ทำให้ฉันไม่เคยถามเค้าเลย ว่าเค้ามีครอบครัวหรือเปล่า ฉันเหมือนถูกค้อนทุบหัวอย่างจังเมื่อฉันรู้ว่าเค้ามีลูกมีเมียแล้ว  ฉันเริ่มถามตัวเองฉันทำอะไรลงไปแต่ความที่ยังหลงผู้ชายคนนั้นอยู่ฉันก็ยังไม่รู้สึกผิดเท่าไหร่  แต่ความผิดชอบชั่วดีเริ่มเข้ามาในจิตใจเมื่อรู้ว่าเค้ามีเมียแล้ว  แต่เราก็ยังแอบเจอกันบ้างและก็คุยกันทั้งวัน กลางคืนเค้าก็ยังแอบส่งข้อความหา มันทำให้ฉันคิดว่าเค้ารักฉัน  แต่ฉันก็ไม่ต้องการแย่งเค้ามาจากลูกจากเมียเค้า เราก็ยังแอบคบกันเกือบ 2 ปี มันมากกว่าชีวิตการแต่งงานของฉันด้วยซ้ำ จนวันนึงอยู่เค้าเงียบหายไปซึ่งปกติเค้าไม่เคยหายเงียบจากฉันเลยสักวันถ้าโทรไม่ได้อย่างน้อยเค้าก็จะส่งข้อความ   ฉันถามเค้าเล่น ๆว่าไม่มาหาหนูแล้วใช่ไหม   และคำตอบที่ได้มันทำให้ฉันแทบล้มทั้งยืน  เค้าแค่ทำเสียง อืม ในลำคอแต่มันเหมือนมันก้องอยู่ในหัวของฉัน ทุกอย่างรอบข้างเคว้งไปหมด  ฉันเดินร้องไห้ในห้างสรรพสินค้า ไม่อายใคร ฉันมองไม่เห็นใคร ฉันกลับมาที่ห้องร้องไห้แทบขาดใจ ร้องไม่หยุด จนน้องสาวต้องมาอยู่เป็นเพื่อนเพราะกลัวฉันคิดสั้น แต่เชื่อไหมว่าฉันร้องไห้ทั้งคืนแล้วบอกกับตัวเองว่าฉันจะไม่ร้องไห้ให้เค้าอีก หลังจากวันนั้นฉันก็ไม่มีน้ำตาเพราะเค้าอีกเลย จนทุกคนรอบข้างตกใจว่าทำไมฉันใจเด็ดขนาดนี้ คืนนั้นทั้งคืนฉันคิดถึงความเจ็บปวดที่ฉันได้ทำไว้กับแฟนฉัน  มันคงเป็นกงกรรมกงเกวียน ฉันเริ่มเข้าวัดทำบุญขออโหสิกรรมจากแฟนฉัน มันอาจจะไม่ได้ผลหรือเพราะมันสายเกินไปฉันไม่รู้แต่ฉันก็ยังทำเรื่อย ๆ ฉันคุยกับเพื่อนหลายครั้งฉันมีตังค์จากการทำงานฉันอยากคืนให้แฟนฉัน แต่ฉันก็กลัวจะทำให้พ่อแม่ขายหน้าถ้าเกิดแฟนฉันเอาไปพูด ที่หมู่บ้าน พ่อแม่ฉันจะเป็นยังไง หลังจากที่เลิกกับฉันเค้าไม่มีใครเลย แม่เค้าบังคับให้แต่งกับเพื่อนสมัยเรียนของฉันเค้าก็ไม่แต่ง  มันทำใหห้ฉันนึกถึงคำพูดของเค้าที่ครั้งนึงเราเคยคุยกันเล่น ๆ เมื่อฉันบอกเค้าว่า  ขีดที่ข้างฝ่ามือของฉันมันมี 3 ขีดและแตกเป็นขีดเล็กอีกหนึ่ง เค้าเป็นผู้ชายคนแรกของฉัน ฉันเลยบอกเค้าว่า หนูคงไม่ได้อยู่กับพี่ไปตลอดแน่เลย เพราะมือหนูมีหลายขีด เค้าตอบฉันว่าถ้าพี่ไม่ได้อยู่กับหนู พี่ก็จะไม่มีใครอีกแล้ว พี่จะอยู่คนเดียว

              จนวันนี้ เกีอบ 9 ปี หลังจากที่เราเลิกกัน เค้าก็ยังไม่ยอมแต่งงาน เเละตอนนี้พ่อแม่ญาติพี่น้องของเค้าทักทายพูดคุยกับพ่อแม่ฉันหลังจากที่ไม่มองหน้ากันมาหลายปี น้องสาวเค้าไปมาหาสู่กับพ่อแม่ฉันเพราะบ้านใกล้กัน  แต่พวกเค้าไม่เคยเอ่ยถึงฉัน และเมื่อฉันกลับบ้านไปเยี่ยมพ่อแม่น้องสาวเค้าหรือพ่อแม่เค้าก็ไม่มาหาแม่ฉันจนกว่าฉันจะกลับมาทำงาน ทั้ง ๆ ที่ปกติเค้ามาหาแม่ฉันทุกวัน กินข้าวด้วยกัน กับครอบครัวฉัน แม่มาเยี่ยมฉันกับน้องสาว   น้องสาวเค้าก็ยังมาช่วยแม่ฉันทำขนมมาฝากฉันกับน้อง แต่เมื่อฉันกลับไปบ้าน ไม่เคยมีใครจากบ้านเค้ามาที่บ้านฉันเลย  ฉันรู้ว่าสิ่งที่ฉันทำกับคนที่พวกเค้ารักมันคงยากที่จะให้อภัย ฉันก็อยากจะบอกพวกเค้า ณ วันนี้ฉันสำนึกผิดกับสิ่งที่ฉันได้ทำแล้ว  แต่ฉันก็ยังละอายเกินกว่าจะกล้าเอ่ย  คำใด ใด กับพวกเค้า 

        ครั้งนึง น้องสาวของฉันบังเอิญเดินเจอกันกับแฟนเก่า และเธอไม่ทันได้ทักเพราะความที่ไม่ได้เจอกันหลายปี มันทำให้เธอคิดแค่ คนคนนี้คุ้น ๆ  เค้าก็มองน้องสาวของฉันด้วยความงง คงไม่คิดว่าโลกมันจะกลม  จากนั้นเธอโทรมาหาฉันและร้องไห้ และรู้สึกผิดที่เธอไม่ได้ทักเค้า เธอนึกถึงเมื่อครั้งที่ฉันแต่งงานกับเค้า และฉันส่งเงินเพื่อให้เธอเรียนต่อ และมันก็เป็นเงินจากแฟนฉันเพราะเค้าเงินเดือนเยอะกว่าฉัน    เธอเจอเค้าและบอกฉันว่า  เหมือนเค้าไม่มีใครดูแล เพราะ เค้าดูแย่มาก เค้าปล่อยต้่วโทรมน่าสงสาร   เพราะตอนที่ฉันยังอยู่กับเค้าฉันเป็นคนดูแลทุกอย่างให้เค้า   ฉันบอกกับน้องสาวว่าฉันเดินมาไกลเกินกว่าที่จะถอยแล้ว   เพราะฉันก็มีแฟนใหม่และใช้ชีวิตด้วยกันมาเกือบ 5 ปีแล้ว หลังจากที่ฉันเลิกกับผู้ชายคนนั้น ไม่นานฉันเปิดใจรับแฟนคนปัจจุบัน เราใช้ชีวิตด้วยกันหลังจากเรารู้จักกันได้ไม่ถึง 2 เดือน  ถือว่าเร็วมากและนั่นมันทำให้ฉันลืมใผู้ชายคนนั้นเร็วมาก   หลังจากที่ฉันตัดสินใจอยู่กับแฟนคนปัจจุบัน  ผู้ชายคนนั้นพยายามขอกลับมาคืนดี แต่เชื่อไหมว่าใจฉันไม่เหลืออะไรให้เค้าเลย ไม่มีเยื่อใยแต่ไม่ได้เกลียด ยังคุยได้ กลับกลายเป็นตัวเค้าเองที่บอกว่าเจ็บที่ทำร้ายฉัน  แต่ฉํนอยากขอบคุณเค้าที่ทำให้ฉันไม่ต้องทำบาบอีกต่อไปที่ทำร้ายครอบครัวเค้า   เค้าพยายามตามง้อฉัน จนแฟนเค้าจับได้ เพราะส่งข้อความหาฉันบ่อย แฟนเค้าโทรมาหาฉัน เธอพูดคุย ถามฉันอย่างใจเย็น ว่ามีเป็นอะไรกันกับแฟนเค้าทำไมเห็นเค้าคอยโทรหาและส่งข้อความง้อฉัน     ฉันบอกเธอไปว่าไม่มีอะไร  และก็บอกเธอไปว่าฉันมีแฟนแล้ว ทุกอย่างมันจบก่อนที่เธอจะรู้เรื่องราว   แล้วฉันก็ทำให้เรื่องราวของฉันกับผู้ชายคนนั้นเป็นแค่ความทรงจำ

โดยการเปลี่ยน เบอร์โทรศัพย์ เพื่อความสบายใจของแฟนคนปัจจุบันด้วย

      ฉันได้เจอแฟนเก่าเป็นครั้งแรกหลังจากที่เราเลิกกันมา 9 ปี เมื่อ ไม่กี่วันที่ผ่านมา เพราะกลับบ้านตอนเทศกาล  ฉันอยากเข้าไปทักทายเค้า แต่ก็ทำได้แค่แอบมองเค้าผ่านแว่นกันแดด   เมื่อเราเจอกันท่ามกลางผู้คนมากมาย  เค้าเองก็แอบมองฉันหลายครั้งเมื่อคนรอบข้างเค้ากำลังสนุกกับการเล่นน้ำสงกรานต์  ฉันสับสนในความรู้สึกตัวเองมาก จนไม่รู้มันคืออะไร ฉันบอกตัวเองว่านั่นมันคือความรู้สึกผิดที่ฉันได้ทำร้ายคนที่รักฉันจริง   ทุกครั้งที่ฉันมีน้ำตาฉันนึกถึงวันที่ฉันทำผู้ชายคนนึงร้องไห้   เรื่องราวนจิตใจมันยากที่จะสามารถพูดให้ใครมาเข้าใจ   ฉันได้แต่เก็บมันมาตลอด กับความรู้สึกผิดที่ฉันทำ  ฉันไม่ได้หวังที่จะกลับไปหาเค้า เพราะมันมาไกลเกินจะกลับไปแล้ว แต่ฉันอยากจะบอกเหลือเกินว่า ฉันรู้สึกผิดมาตลอด 9 ปี และมันคงจะเป็นตราบาบในใจของฉันไปจนตายกับสิ่งที่ฉันทำร้ายเค้า       "หนูขอโทษที่หนูทำร้ายชีวิตพี่ "